Final Fantasy XIV

                 ในอดีตอันยาวนานมาแล้ว Eorzea ยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนโหดร้าย ชนเผ่าเร่ร่อนเริ่มมาตั้งรกรากต่างต้องต่อสู้ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ความพยายามของผู้ตั้งรกรากเหล่านั้นเป็นผลให้เหล่าพระเจ้ารู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พระเจ้าทั้งหลายจึงพร้อมใจกันให้พรกับชนเผ่าเร่ร่อนเหล่านั้น และยังคงคอยเฝ้าดูพวกเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พระเจ้าเหล่านี้ ได้รับการขนานนามในเวลาต่อมาว่า the Twelve

                 ด้วยแสงสว่างนำทางที่พระเจ้ามอบให้ประชากรชาว Eorzea ก็เริ่มพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นประเทศและอาณาจักรใหญ่น้อยขึ้นหลายแห่ง Eorzea น่าจะเจริญรุดหน้าไปได้อย่างมั่นคง แต่เรื่องราวก็หาดำเนินไปอย่างสงบสุขเช่นนั้นไม่…

สงครามแก่งแย่งดินแดน!

                 ประเทศและอาณาจักรต่างๆใน Eorzea เริ่มแสวงหาอำนาจ ประเทศและอาณาจักรเหล่านั้นเริ่มเติมเต็มบันทึกประวัติศาสตร์ของ Eorzea ด้วยเรื่องราวของสงครามที่เต็มไปด้วยการหักหลังฆ่าฟันและเรื่องราวที่ย้อมไปด้วยเลือด!

                เมื่อความตึงเครียดระหว่างศึกสงครามภายในปะทุถึงขีดสุด มหันตภัยใหม่ก็ได้รุกรานเข้ามาซ้ำเติมจากภายนอก ข้าศึกได้บุกรุกเข้ามาจากประเทศทางตะวันออกที่ห่างไกล พวกเขามาด้วยชุดเกราะเหล็กที่แข็งแกร่งและอาวุธที่ลุกเป็นไฟ เดินทางมาด้วยกองเรือบินเบฮีมอธจำนวนมากมาย ดินแดน Eorzea แทบจะถูกควันจากเรือบินเหล่านั้นปกคลุมจนความมืดปกคลุมไปทั้งวัน

                 อาณาจักรและประเทศบางส่วนของ Eorzea เริ่มมองเห็นอันตรายที่กำลังเกิดขึ้น จึงพยายามจะรวมพลังชาว Eorzea เข้าด้วยกันเพื่อตั้งกองกำลังขึ้นช่วยกันต่อสู้ แต่ชาว Eorzea ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไรนัก เสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด

finalfantasyxiv

                 แต่แล้วความคิดของทุกคนก็เปลี่ยนไป เมื่อ Ala Mhigo 1 ใน 6 ประเทศที่นับว่ามีแสนยานุภาพสูงที่สุดใน Eorzeaถูกจักรวรรดิ์โค่นล้มลงไปอย่างง่ายดาย จักรวรรดิ์ Garlean Empire กรีฑาทัพเหยียบย่ำ Ala Mhigo อย่างยับเยิน ทิ้งดินแดนทางเหนือให้เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ชาว Eorzea เริ่มรู้ตัวว่ามหันตภัยครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เสียแล้ว ทุกประเทศที่เหลืออยู่เกิดการตื่นตัวขึ้นทันทีและทำสัญญาสงบศึกระหว่างกัน จัดตั้งกองทัพพันธมิตรขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับศึกได้ทันทีที่จักรวรรดิ์คิด ขยายอาณาเขตลงสู่ทางใต้

                 แต่ผู้รุนรานไม่เคยบุกลงมายังทางใต้เลย… หลังจากที่รุกรานเข้ามาโจมตีด้วยความรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด จักรวรรดิ์ก็ก็ถอยทัพกลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็เงียบหายไป… 

The Age of Adventure – ยุคสมัยแห่งการผจญภัย

                 เมื่อจักรวรรดิ์ยกทัพจากไป ผลกระทบจากการรุกรานนั้นทำให้ Eorzea เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ “Age of Calm” – ยุคสมัยแห่งความสงบ ถึงแม้จะเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่พอจะมีสันติสุข

                 แต่เดิม ประเทศต่างๆ นิยมจ้างทหารรับจ้างเพื่อดูแลปกป้องตัวเอง แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ Ala Mhigo ค่านิยมนี้ก็เปลี่ยนไป แต่ละประเทศเริ่มต้องการมีกองกำลังทหารเป็นของตัวเองเพื่อให้สะดวกรวดเร็วใน การระดมพลและบัญชาการ ซึ่งเป็นผลให้ทหารรับจ้างจำนวนมหาศาลกลายเป็นกองกำลังที่ไร้ที่พักพิง หลายต่อหลายคนต้องหันเหไปเป็นโจรปล้นชิงเพื่อความอยู่รอด ความยุ่งเหยิงราวกับยุคโจรโพกผ้าเหลืองในยุคสามก๊กจึงเริ่มก่อตัวขึ้น

                 เหล่าผู้นำประเทศได้รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาทหารรับจ้าง ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายจนเกินไป พวกเขาได้ร่วมกันตั้งGuild ขึ้นมาเพื่อหางานใหม่ๆ ให้ทหารรับจ้างเหล่านั้นได้มีโอกาสทำมาหาเลี้ยงตัวเองในทางที่เป็นประโยชน์ ต่อผู้อื่นและสังคม เกิดเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกกันว่า “Adventuring – การผจญภัย” ขึ้น เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อน Guild จะรับฟังคำร้องเรียนแล้วส่งนักผจญภัยที่เหมาะสมไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหานั้น ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยอันตรายและความตึงเครียด นักผจญภัยเหล่านี้เป็นดั่งประกายแห่งความหวังของผู้คน

ยุคสมัยแห่งความแบ่งแยก

                 ความวุ่นวายของ Eorzea ดำเนินเรื่อยมาอย่างไม่จบสิ้น เหตุการณ์ดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งราว 10 ปีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลานุภาพและน่าสะพรึงได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นบน Eorzea ชาว Eorzea เรียกสิ่งมีชีวิตนี้ว่า “Primals”

                 Primals ถูกเรียกมายังโลกนี้โดยน้ำมือของเหล่า Beast Tribe ที่ต้องการจะทำลายล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า เผ่า Beast Tribe หลงมัวเมากับพลังอำนาจที่ได้รับจาก Primals ก่อความวุ่นวายและโศกนาฏกรรมให้กับชาว Eorzea ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

God of War

                        ก็อด ออฟ วอร์ เป็นเกมส์แอ็คชั่นผจญภัยมุมมองบุคคลที่สามที่พัฒนาโดยซานตาโมนิกาสตูดิโอจัดจำหน่ายโดยโซนี่คอมพิวเตอร์เอ็นเตอร์เท็นเมนต์ เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 22 มีนาคม 2005 พอร์ตลงเครื่อง PlayStation 2 เป็นภาคแรกในซีรีส์นี้ พื้นฐานจะอยู่บนตำนานเทพเจ้ากรีกในสมัยกรีกโบราณที่มีการล้างแค้นเกิดขึ้น ผู้เล่นควบคุมตัวเอกเครโทส นักรบสปาร์ตันที่ทำหน้าที่รับใช้เทพโอลิมปัส เทพีอธีนา ต้องการให้เครโทสฆ่าเทพเจ้าแห่งสงครามอาเรส ซึ่งเป็นตัวการที่ให้ เครโทส ต้องฆ่าครอบครัวของเขาเองเขาต้องไปที่เอเธนส์ตามคำบอกของอธีนา ในการสืบเสาะเพื่อหาวัตถุหนึ่งที่มีความสามารถในการหยุดยั้งเทพ: กล่องแพนดอร่าในตำนาน หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจ เครโทส ได้แทนที่แอรีสเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามคนใหม่
                        ก็อด ออฟ วอร์ หลักๆ แล้วจะมุ่งเน้นไปที่คำสั่งต่อสู้ที่ต้องผสมปุ่มต่างๆมีอาวุธหลักและอาวุธรอง มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วที่ผู้เล่นจะต้องอาศัยทักษะควบคุมเกมในลำดับเวลาต่างๆที่จะเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่ง ผู้เล่นมีเวทมนตร์4ชนิดที่ใช้ช่วยในการโจมตีและความสามารถในการเพิ่มพลัง และยังมีปริศนาเป็นองค์ประกอบ
                        ก็อด ออฟ วอร์ ทำรายได้มากกว่า 4.6 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดการผจญภัยสำหรับ PlayStation 2 ได้รับ “เกมแห่งปี” หลายรางวัล ในปี 2009 เว็บไซต์ไอจีเอ็นประกาศชื่อ ก็อด ออฟ วอร์ เป็นเกมส์แอ็คชั่นผจญภัย PlayStation 2 ที่ดีที่สุดอันดับที่เจ็ด ตั้งแต่เรื่องของการควบคุมเกมที่สำหรับกราฟิก เสียงและการนำเสนอเรื่องราว เกมและผลสืบเนื่องจากภาคแรก ก็อด ออฟ วอร์ 2 ถูกสร้างขึ้นและจัดจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2009 เป็นส่วนหนึ่งของ ก็อด ออฟ วอร์ ซีรีส์

ความกลัว

47990-bezig-nieuwe-fear-online-aangekondigd

ความกลัวย่อมเกิดขึ้นและดำรงอยู่
ด้วยความนึกคิด ที่ไม่รู้จริง

เราจะเอาชนะความกลัว
ด้วยการพยายามไม่กลัวนั้นหาได้ไม่

เมื่อความกลัวเกิดขึ้นแล้ว
จงกล้าที่จะค้นให้พบว่าทำไม

ความกลัวเป็นเรื่องเกินความเป็นจริง
เมื่ออยู่กับความเป็นจริงเฉพาะหน้า
ก็ยังไม่มีอะไรต้องกลัว

จงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัว
ความปรารถนาที่จะพ้นความกลัว
เป็นหนทางโน้มเอียงสู่ชีวิตนิรันดร์

เมื่อเราไม่รู้จริง

สิ่งที่เรากลัว

ก็คือตัวเราเอง

คุณค่าของเวลา

80169

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน
ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่สอบไล่ตก

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน
ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน
ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด

ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน
ถามนักกีฬาโอลิมปิกที่ชนะเหรียญเงิน

ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน เสียเพื่อนสักคนหนึ่ง

เวลาไม่เคยรอใคร เมื่อมันผ่านไปแล้ว มันจะไม่กลับมาอีก
จงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด

ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษสุดในชีวิตของท่าน

ศิลปที่แท้

art-gallery-art-painting-566-6

ศิลปคือความงาม
ที่ไม่อาจใช้เหตุผลบรรยายให้ซาบซึ้งได้
ศิลปแสดงความรัก และความพอใจ
ทั้งเกิดขึ้นและสำเร็จลงด้วยสิ่งนั้น
ศิลปไม่ต้องการคำรับรอง
เพราะศิลปเป็นศิลปสำหรับผู้มีศิลปเท่านั้น
บุคคลที่ให้เวลากับศิลปเพื่อศิลป
เขาก็คือศิลปิน
ไร้อารมณ์ศิลปิน
สัมผัสสิ่งใดก็ไม่หยั่งถึงแก่นของศิลป
ศิลปินที่แท้
ดำรงอิสระ และเสรีภาพไว้มั่นคง
ศิลปินที่ไม่มีอิสระเสรีก็ไม่นับเป็นศิลปิน
และผลงานของเขา ก็ไม่อาจนับเป็นศิลปที่แท้

การสร้างสรรค์

magic-trick

มวลมนุษย์ยิ่งพยายามสร้างสรรค์
ดูเหมือนโลกยิ่งวุ่นวายไม่รู้จบ
การสร้างสรรค์ที่แท้
คือการนำความปกติสุขมาสู่สรรพชีวิต
ถ้าไม่เข้าใจความจริงของชีวิต
ก็อย่าคิดสร้างสรรค์อะไรเลย
เรื่องราวภายในของชีวิตไม่ต้องสร้างสรรค์
เพียงแต่รู้เท่าทันการสรรค์สร้าง
ปล่อยให้ธรรมชาติเดิมแท้ในตน
กระทำกิจทั้งหลายไปตามกระแสแห่งธรรมชาติ
แต่โบราณกาลมาแล้ว
พระอริยบุคคลทั้งหลาย
ก็กระทำโดยมิได้กระทำดังนี้

ความดีย่อมปิดฉากลงด้วยการบังคับให้กระทำ

ความรัก

romantic-wall-papers-love-romance-kiss-wallpape-anime-couple-258797

ความรักคือความพร้อมที่จะช่วยเหลือและรับผิดชอบ
ดังนั้นจึงเสียสละและกระทำได้บนความเบิกบานใจ
ความรักมีพฤติกรรมอันจำกัดรูปแบบมิได้
ดังนั้นจึงอยู่เหนือการอ้างอิง และวิจารณ์
ความรักไม่เรียกร้อง และไม่หวาดระแวง
ดังนั้นไม่ว่าสิ่งใดเกิดขึ้นล้วนมั่นใจในรักเสมอ
ความรักไม่อาจเสาะหา แต่ให้ได้ไม่รู้หมด
ดังนั้นยิ่งเสาะหายิ่งหาไกล ยิ่งให้ยิ่งมีมากขึ้น
ความรักทำลายความกลัว และความเศร้าหมอง
ดังนั้นจึงปลดเปลื้องพันธนาการแห่งความลุ่มหลง
ความรักเป็นสัมพันธภาพที่เหนือกว่าพันธะทั้งมวล
ดังนั้นความรักเท่านั้นที่จะสร้างสันติภาพขึ้นได้
ความรักหล่อเลี้ยง และเป็นพลังที่แท้จริงของชีวิต
ดังนั้นไร้รัก ชีวิตก็ย่อมจืดชืด และสิ้นคุณค่า

ความรักย่อมไม่ปฏิเสธสิ่งใดแม้กระทั่งความเกลียด